หน้าหลัก สินค้าใหม่ สินค้ามือสอง การสั่งซื้อสินค้า/จัดส่ง การชำระเงิน พบปะพูดคุย สงสัย ติดต่อเรา
RF2HAND.COM
   การทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง(กสทช.)
   หน้าหลัก
   3.5G WIRELESS PRODUCT
   POWER SUPPLY GALLERY
   DUMMY LOAD 5K
   การป้องกันPA
   สินค้าเด่นขายดี
   บทความรู้ นานาสาระ
   แหล่งความรู้-เพื่อนบ้าน
   รูปภาพการทดลองต่างๆ
   ค้นคว้าวิจัย
   ความคิดแปลกๆ
   วงจรอิเล็กทรอนิกส์/เครื่องส่ง
   จุดต่อสายของ Supply รุ่นต่างๆ
   Datasheet
   กรุมหาสมบัติ
   กิจกรรมเพื่อสังคม
   ประมวลภาพน้ำท่วมนครสวรรค์
   ศัพท์ภาษาฝรั่งทีจำเป็นในงานวิทยุ
   เรื่อง-รูปขำๆ-สวยๆ
   สูตรคำนวนทางความถี่
   MY FM STATION
   MY TV STATION
   MY FARM
   MY TEAM
   MY LAB

 

 

วิธีการป้องกัน RF PA มีหลายลักษณะและวิธีการ พอจะแบ่งได้ดังนี้
1.               ป้องกันที่ระบบไฟเลี้ยง
2.               ป้องกันที่ EXCITER
3.               ป้องกันที่ PA
4.               ป้องกันจากการตรวจวัด LOAD ที่ Out put
 
1.               การป้องกันที่ระบบไฟเลี้ยง
1.1         ป้องกันแรงสูงเกินพิกัด เช่น บอร์ด PA ใช้ Mosfet  เบอร์ BLF578 ก็ไม่ควรใช้แล้วจ่ายไฟมีค่าแรงดันเกิน 45 Volts
1.2         ป้องกันกระแสเกินพิกัด หรืออีกในหนึ่งเป็นการจำกัด Power Out Put ได้เช่นเดียวกัน   กล่าวคือ เช่น Mosfet เบอร์ SD2942 ไม่ควรให้กินกระแสเกิน   10A  เราก็ป้องกันที่ 8-9 A ตามที่เราจะต้องการ
1.3         เมื่อระบบผิดปกติภาค Power supply เอง หรือจากภาคอื่นมาและส่งผลมาควบคุมที่ Power supply ได้โดยการควบคุมที่จุด Control ซึ่งจะมีชื่อรียกต่างกันไปตามบริษัท ผู้ผลิตเช่น PWR.ON, SHUTDOWN, ON-OFF  ซึ่งจะใช้แรงดันไฟประมาณ 5 -12 V ป้อนเข้าไปหรืออาจจะใช้วิธีจับลงกราวด์หรือไฟลบ แล้วแต่การออกแบบ จะใช้contact เล็กๆทนกระแส-แรงดันต่ำในการควบคุม ซึ่งเป็นผลดีเพราะต้นทุนต่ำ เสถียรภาพสูง
    หรือถ้าแบบลูกทุ่ง-ง่ายๆก็คือการตัดไฟ AC INPUTที่เข้า POWER SUPPLY นั้นๆมีข้อได้เปรียบคือง่ายต่อการทำงานไม่ซับซ้อน แต่มีข้อเสียคือต้องใช้ตัวตัดกระแส (MAGNETIC CONTACTOR) ที่มีขนาทนแรงดัน-กระแสที่สูงทำให้ต้นทุนสูง และเสี่ยงในการอาร์คหรือสปาร์คได้
 
2.               การป้องกันที่ EXCITER
2.1         กระทำโดยตัด  Supply ที่ป้อนให้ EXCITER ตามแนวของข้อ1 ก็ได้ซี่งจะทำให้ contact หรือชุดควบคุมที่ไม่ทนต่อกระแสสูงมาก
2.2         ทำโดยการควบคุม RF INPUT ที่เข้ามาหรือออกไป   แล้วป้อนส่งต่อให้PA โดยแยกย่อยๆอีก 2 ข้อดังนี้
2.2.1                        ทำโดยการต่อ RF ทิ้งลงกราวด์ไปเลย
2.2.2                        ทำโดยการลด RF ที่จะส่งต่อไปให้ PA โดยเป็นสัดส่วนแปรผันตามความ ต้องการและสัมพันธ์กับ LOAD หรือสายอากาศ กล่าวคือ ถ้าสายอาการปกติก็จะมีการส่งออกไปเต็มพิกัดที่ตั้งไว้   แต่กรณีที่ LOAD หรือสายอากาศ ไม่แมทซ์ก็จะลด RF ที่ป้อนเข้าPA ทำให้ OUTPUT ลดลงอยู่ในเกณท์ที่ปลอดภัย การป้องกันชนิดนี้จะอยู่ในเครื่องส่งของนอก มีราคาแพง เพราะต้องมีชุดควบคุมและส่วนประกอบที่ซับซ้อน
3.               การป้องกันที่ PA  จะทำการป้องกันในส่วนของการ BIAS โดยพอที่จะแบ่งออกเป็น 2 ข้อย่อยๆ ดังนี้

 

3.1 ป้องกันโดยการหยุดทำงานทันที่ : โดยปกติเมื่อ PA ทำงานปกติจะมี BIAS เป็นไฟ ขั้ว + ประมาณ 1.5 V เมื่อทำงานที่ประมาณ  CLASS AB ถ้าต้องการให้หยุดทำงาน ก็จะทำการป้อนไฟ ขั้ว – เข้าไปที่ BIAS แทน    บางที่มีคำถามว่า ถ้าไม่ ป้อนBIAS ทำให้ PA หยุดทำงานไหม ?   คำตอบคือ ไม่หยุดทำงาน เพราะ PA  จะทำงานใน CLASS Cแทน เพราะฉะนั้นต้องป้อนไฟลบเพื่อหยุดการทำงาน
3.2   ป้องกันโดยการทำงานที่เป็นสัดส่วนโดยตรวจวัดสถานะ LOAD หรือ สายอากาศ  
     ก็ทำคล้ายๆกับข้อ 3.1 คือข้อ 3.1 ทำโดยตัดพันที แต่ข้อนี้ทำโดยค่อยๆลดหรือเพิ่มด้วยวิธีการค่อยๆเพิ่มแรงดัน   bias  เพื่อทำการเพิ่ม-ลด Out put และทำการลดโดยการค่อยๆลด bias จากไฟ + มาก มาหาน้อย และค่อยๆลงมาเป็น 0, -1, -2, -3, -4, -5   เพื่อทำการหยุดการทำงาน หา PA   และเช่นกันคือการป้องกันประเภทนี้จะมีอยู่ในเครื่องนอกเท่านั้นเพราะมีการควบคุมที่ซับซ้อนแต่ก็ให้ผลการป้องกันที่คุ้มค่าและปลอดภัย
 
4.               ป้องกันจากการตรวจวัด LOAD ที่ OUT PUT
ก็คือการตรวจวัดสภาพ OUT PUT   ของ PA   จากตัวตรวจวัดคือ COUPLER  ซึ่งจะมีผลมาคือ
1.               POWER OUT PUT ( FW )
2.               POWWER REFLECT   ( RW )
ซึ่งผลดังกล่าวก็จะนำมาป้องกันได้ดังนี้ เช่น
1.               POWER OUT PUT ( FW )   สามารถนำมาป้องกันไม่ให้ Over เกินค่าที่ปลอดภัย เช่น บอร์ดมีความสามารถที่ 1250  WATT เราก็ให้ป้องกันที่   1150 W อย่างนี้เป็นต้น
หรือใช้ลักษณะUNDER  เมื่อมี OUTPUT   ออกต่ำกว่าค่าที่ต้องการ เช่น บอร์ด 1250 WATT   คอมบายน์ 2 บอร์ด ก็จะได้ 2500 w เราจะป้องกันด้าน OVER ไว้ที่ 2300 w และ UNDER ไว้ที่ 2100 WATT เหตุผลที่ว่าทำไมต้องป้องกันด้วยในจุด UNDER  คำตอบก็คือในกรณีที่   COMBINE มีปัญหาหรือ  PA  ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหาจะเป็นเหตุให้ OUT PUT รวมลดลงต่ำลงไป เกินกว่าครึ่งของค่าปกติ เพื่อจำกัดความเสียหลายที่เกิดขึ้นนี้ให้น้อยที่สุดไม่ให้ลามไปส่วนอื่น ก็จะส่งผลการตรวจนี้ไปทำการตัดในส่วนต่างๆ ตามที่ได้อธิบายไว้ในข้างต้น
2.                REFLECT การป้องกันในส่วนนี้ทุกคนจะคุ้นเคยหรือเป็นพื้นฐานของการที่จะนำไปป้องกัน เพราะถือว่ามีความสำคัญ เป็นความปลอดภัยโดยตรงของ  PA  และส่งผลนี้ไปตามจุดต่างๆ

Copyright and Disclaimer ©2010-2011, RF2Hand.com , All rights reserved .

จำนวนผู้เข้าชม

Start date:24 Aug 2011

ไอเน็กวัน ระบบจัดการเว็บไซต์สำเร็จรูป